1. โรคเอดส์สามารถรักษาได้หรือไม่ ?

             โรคเอดส์สามารถรักษาได้ แต่ไม่หายขาด ปัจจุบันถือเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับโรคเบาหวาน, โรคหัวใจซึ่งสามารถควบคุมได้โดยการใช้ยา ดังนั้นผู้ที่รู้ว่าตัวเองติดเอดส์ไม่ต้องตกใจอีกต่อไปขอเพียงรู้จักวิธีควบคุมอาการของโรคไว้ ผู้ที่ติดเอดส์ก็สามารถมีชีวิตเหมือนคนปกติเหมือนคนทั่วไป

2. ยาที่ใช้รักษาและควบคุมโรคเอดส์มีกี่ประเภท ?

            ในทางเภสัชยาจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ยาแผนปัจจุบันกับยาสมุนไพร ซึ่งตัวยาทั้ง 2 ชนิดต่างก็ได้ชื่อว่าเป็นยาใช้รักษาโรคได้เหมือนกัน ปัจจุบันยังไม่มียาชนิดใดรักษาโรคเอดส์ให้หายขาดได้

 3. การควบคุมโรคต้องใช้ยาอะไรบ้าง?

         ในทางการแพทย์ได้แบ่งตัวยาที่ใช้ควบคุมโรคเอดส์ไว้3 กลุ่มดังนี้

  1. ลดเชื้อโดยการให้ยาที่แสดงฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส

  2. เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค โดยการให้ยาที่แสดงฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค

  3. ให้ยาป้องกันและรักษาโรคแทรกซ้อนที่พบบ่อยคือวัณโรค, ปอดอักเสบ, เชื้อราขึ้นสมอง ในคนที่มีระดับภูมิคุ้มกัน CD4 ต่ำกว่า 500 ลงมา

 4. ยาต้านเชื้อไวรัส HIV มีอะไรบ้าง ?

  

5. สมุนไพรช่วยผู้ติดเอดส์ได้อย่างไร ?

           สมุนไพรช่วยผู้ติดเชื้อเอดส์ได้ และใช้ได้ดีมากในโรคเรื้อรังทุกชนิด เพราะต้องกินยากันไปตลอดชีวิต เนื่องจาก สมุนไพรจะไม่มีฤทธิ์ตกค้างหรือผลข้างเคียงต่อร่างกาย ต่างกับยาแผนปัจจุบันซึ่งทำมาจากสารเคมี ในผู้ป่วยที่เป็นโรค เรื้อรัง หากใช้ยาติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนาน อาจมีการสะสมอยู่ในร่างกายมากจนเกิดอันตรายต่อผู้ใช้ยาได้ ตัวอย่างเช่น ในผู้ป่วยด้วยโรคเอดส์มักจะเป็นไข้เรื้อรังทุกวัน ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะกินยาลดไข้ทุกวัน ซึ่งถ้ากินติดต่อกัน มากกว่า 2 สัปดาห์ก็จะเป็นพิษต่อตับ ส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมามากมาย แต่หากผู้ติดเชื้อใช้สมุนไพรที่มี ฤทธิ์ในการลดไข้ได้ดี เช่น ลูกใต้ใบ, ฟ้าทะลายโจร แทนการใช้ยาแผนปัจจุบันจะปลอดภัยกว่า เพราะนอกจากจะช่วย ลดไข้ได้ดีแล้ว สมุนไพรลูกใต้ใบมีฤทธิ์ที่ช่วยบำรุงตับได้อีกด้วย

สรุปข้อดีของสมุนไพร คือ

  1. ไม่มีฤทธิ์สะสมหรือผลข้างเคียงใด ๆ ต่อร่างกาย

  2. ในตัวสมุนไพรมีสารสำคัญหลายชนิด ที่แสดงฤทธิ์รักษาโรคได้มากกว่า 1 อาการเช่น

  • ลูกใต้ใบ, ฟ้าทะลายโจร ใช้แก้ไข้ แก้ท้องเสีย, รักษาตับ, แก้ร้อนใน

  • เห็ดหลินจือ บำรุงร่างกาย, รักษาภูมิแพ้, บำรุงตับ, เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค

  • มะระขี้นก รักษาโรคเบื่ออาหาร, ลดน้ำตาลในเลือด, แก้ไข้

  • ขมิ้นชัน, ขิง รักษาโรคกระเพาะ, แก้ท้องเสีย, ท้องอืดท้องเฟ้อ

นอกจากนี้ยังพบอีกว่าสมุนไพรดังกล่าวนี้ ยังแสดงฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ HIV ได้ ในขั้นของห้องทดลอง ANTI HIV (AIDS) HERBS ขณะนี้กำลังทดลองทางคลีนิคอยู่

6. ยาแผนปัจจุบัน กับยาสมุนไพร ควรเลือกใช้อย่างไหน ?

  การกินยาสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์อาจแบ่งได้เป็น 3 กรณี คือ

  1. กินยาเพื่อลดปริมาณของไวรัส

  2. กินยาเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค บำรุงร่างกาย เป็นการบำรุงให้สุขภาพของผู้ติดเชื้อเอดส์แข็งแรง มีภูมิคุ้มกันโรคที่เพิ่มขึ้น ไม่ป่วยง่าย เวลาป่วย จะรักษาหายเร็วขึ้น ซึ่งเป็นวิธีป้องกันเอาไว้ก่อน

  3. กินยาเพื่อใช้ป้องกันโรคแทรกซ้อน เช่น ป้องกันวัณโรค , ปอดอักเสป  และเชื้อราขึ้นสมอง ในกรณีที่ระดับภูมิคุ้มกัน CD4  ต่ำกว่า 500 ลงมา รวมถึงกินยาเพื่อป้องกันใช้รักษาโรคเรื้อรังที่พบบ่อยตามอาการที่เกิดขึ้น เช่น เป็นไข้ทุกวัน , เบื่ออาหาร , เป็นโรคผิวหนัง , ท้องเสียเรื้อรัง , ท้องอืดท้องเฟ้อเป็นต้น

 ในผู้ที่ติดเชื้อ HIV ต้องเข้าใจด้วยว่า โรคเอดส์คือโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับโรคเบาหวานที่ต้องกินยา ควบคุมอาการไปตลอดชีวิต แต่ถ้าผู้ติดเชื้อเอดส์ไม่กินยาเลย หรือไม่กินยาอย่างต่อเนื่องโดยปล่อยให้เกิดโรคแทรกซ้อนแล้ว ค่อยมาทำการรักษาภายหลัง เมื่อถึงเวลานั้นคนที่เดือดร้อนก็คือ ตัวเราและครอบครัวของเรา  ดังนั้นพอจะสรุปได้ว่าการกินยาก็ คือ การป้องกันไว้ดีกว่าแก้ นั้นเอง

 8. ผู้ติดเชื้อต้องกินยาไปตลอดชีวิตใช่หรือไม่ ?

         เป็นความจริงที่ผู้ติดเชื้อต้องกินยาไปตลอดชีวิต และเป็นความจำเป็นที่ต้องยอมรับกัน แต่อย่าได้ท้อใจ เพราะยังมีผู้ป่วย ด้วยโรคอื่น ๆ อีกมาก ที่ต้องกินยาไปตลอดชีวิตเหมือนกัน เช่น ผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน, โรคหัวใจ, และโรคมะเร็ง

9. ในอนาคตจะมียาที่สามารถ รักษาให้หายขาดได้หรือไม่ ?

         เป็นไปได้ ถึงแม้เชื้อไวรัสเอดส์จะมีการพัฒนาสูงที่สุดในบรรดาไวรัสทั้งหลายในโลก แต่ก็จะไม่เกินความสามารถของ มนุษย์ในการที่จะเอาชนะมันได้

[ Home ] [ บทนำ ] [ ยาต้านเอดส์]ถาม-ตอบ ปัญหาเอดส์ ]  3 ขั้นตอนยับยั้งเอดส์ ] [ สารบัญ ] [ สั่งซื้อสมุนไพร ]