ดิฉันและสามีได้รับคำแนะนำจาก สาธารณะสุขจังหวัดให้เข้ากลุ่มเป็นชมรมผู้ติดเอดส์ กาชาดไทย ดิฉันได้รหัสสมาชิกเลขที่ 24 ส่วนสามีได้รหัสสมาชิกที่ 25 เป็นอาสาสมัคร ช่วยเหลือผู้ติดเอดส์ พวกเราจะทำกิจกรรมร่วมกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน งานส่วนใหญ่จะเป็นงานให้คำปรึกษาปัญหาเอดส์ ออกพบเยี่ยม เพื่อนผู้ติดเชื้อเอดส์ด้วยกัน ตามหมู่บ้านต่าง ๆ โดยไม่ได้ค่าจ้างแต่อย่างใด สามีและตัวดิฉันเริ่มรู้สึกชอบกับงานนี้มาก เพราะเรารู้สึกว่า เราไม่โดดเดี่ยว เรามีเพื่อนที่เป็นเหมือนกับเรา พวกเขาก็ต้องการเพื่อนเช่นเดียวกับเรา ดิฉันปรึกษากับสามีว่า เรามาช่วยสังคมกันดีกว่า ชีวิตนี้เหลือน้อยเต็มที เราน่าจะใช้ช่วงชีวิตนี้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากที่สุด ซึ่งสามีดิฉันก็เห็นด้วย

           ต่อมาดิฉันได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรบรรยายครั้งแรกที่จังหวัดลำพูน และอีกหลาย ๆ ที่ในจังหวัดเชียงใหม่ ดิฉันไปมาแล้วเกือบทุกอำเภอ และด้วยความตั้งใจจริงในงานนี้ มูลนิธิศุภนิมิตเห็นว่า ดิฉันและสามีทำงานโดยไม่มีค่าจ้างและสวัสดิการ จึงเสนอให้เงินช่วยเหลือเดือนละ 2.000 บาท ทำให้ดิฉันและสามีมีเงินจุนเจือครอบครัวบ้าง และสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวขึ้น และจากประสบการณ์หลายปี ที่ทำงานนี้ ดิฉัน มีความคิดอยากจะทำโครงการในหมู่บ้านของตนเองบ้าง นี้คือจุดเริ่มต้นของ "โครงการสุขภาพชุมชน อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนโครงการ ไทยออสเตเรียป้องกันเอดส์ ภาคเหนือ ตั้งแต่ปี  พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา นอกจากนี้ ทางโครงการยังได้รับเงินช่วยเหลือจากองค์การ TERRE DES HOMMES ประเทศเนเธอร์แลนด์ สร้างอาคารที่ทำการใหม่ ให้บนเนื้อที่สาธารณะ มีสมาชิกที่เข้ามาขอคำปรึกษา กว่า 1,000 ราย และสมาชิกถาวร 680 ราย ปัจจุบัน เป็นสถานที่ฝึกอบรม ผู้ติดเชื้อเอดส์และญาติผู้ติดเชื้อ และเป็นศูนย์การเรียนรู้ขององค์กรต่างๆ ให้แก่หน่วยงานของรัฐ และเอกชน ทั้งในและต่างประเทศเข้าเยี่ยมชมงานทุกวัน

           ตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่ดิฉันเข้าสู่วงการช่วยผู้ติดเชื้อ HIV (AIDS) ทำให้ดิฉันพบว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะขาดที่ปรึกษาไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร ไปปรึกษาใคร ตรงจุดนี้สำคัญมาก เป็นปัญหาทางสังคมที่ควรได้รับการแก้ไข และปัญหาส่วนใหญ่เท่าที่พบจะมี ดังนี้

  1. เมื่อพบว่าตัวเองติดเอดส์ จะรู้สึกเสียใจที่ตัวเองต้องมาเป็นโรคที่สังคมรังเกียจ ส่วนใหญ่จะสับสนและคิดฆ่าตัวตาย บางรายประชดสังคมโดยการไปแพร่เชื้อให้แก่ผู้อื่นต่อไป

  2. เกิดความเก็บกดทางอารมณ์ เนื่องจากกลัวว่าคนจะรู้ว่าตัวเขาติดเอดส์ กลัวจะปรากฏอาการมีตุ่มขึ้นตามตัวให้คนเห็น กลัวว่าจะมีผลกระทบต่องานที่ทำอยู่ อาจต้องถูกออกจากงาน สำหรับคนที่มีครอบครัวแล้ว กลัวว่า ลูกเมียจะลำบาก เมื่อตัวเองตายไป ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าเมื่อติดเอดส์แล้วต้องตายลูกเดียว และตายอย่างทุกข์ทรมาน

  3. ขาดความรู้ในการใช้ชีวิต และการอยู่ร่วมในสังคม ครอบครัว เพื่อนฝูง และที่ทำงาน

  4. ขาดการดูแลสุขภาพตัวเองอย่างถูกวิธี ส่วนใหญ่จะปล่อยให้เชื้อลุกลาม จนเริ่มมีอาการสัมพันธ์กับเอดส์แล้วค่อยมาทำการรักษา แต่เมื่อถึงตรงนั้นมันสายเกินไปเกือบทุกราย

  5. มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากหมดเงินค่ารักษาตัวไปมาก บางรายต้องออกจากงาน ป่วยทำงานไม่ได้ทำให้ขาดรายได้ ส่งผลกระทบต่อครอบครัว และสังคมระดับประเทศ

           นี้คือ ตัวอย่างปัญหาของผู้ที่ติดเชื้อเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเป็นปัญหาเฉพาะตัวของผู้ที่ติดเอดส์ ที่เราให้ความช่วยเหลือและแก้ไข ความจริงแล้ว ยังมีปัญหาอีกมากมาย เช่นปัญหาชุมชน และผลกระทบต่อสังคม เป็นต้น

           การเข้าสู่องค์กรช่วยเหลือผู้ติดเอดส์ ทำให้ดิฉันได้มีส่วนร่วมช่วยแก้ปัญหาให้แก่พวกเขา โดยการให้คำปรึกษา และช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ เพราะมันก็เป็นปัญหาเดียวกันกับ ที่ดิฉันเคยประสบมา มีหลายครั้งที่ดิฉันช่วย พวกเขาให้เลิกคิด ฆ่าตัวตาย และ มีหลายครั้งที่ดิฉันช่วยให้คนที่กำลังประชดสังคมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ นี้คือโครงการสุขภาพชุมชน มันเป็นความภูมิใจที่ดิฉันต้องทำต่อไป

 
     
     
 

            ปี พ.ศ. 2536  สามีดิฉันป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล (4 ปีหลังจากทราบว่าได้รับเชื้อ) เมื่ออาการดีขึ้นแพทย์ให้ กลับมาบ้านเพื่อฟื้นฟูร่างกาย จนสามารถออกไปทำงานได้อีกครั้ง

         ปลายปี   พ.ศ. 2537 ตาสามีดิฉันเริ่มพร่ามัวจนมองไม่เห็นข้างหนึ่ง เขาก็ยังคงทำงานต่อ แต่เป็นงานเล็กๆ น้อย วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2538  เพื่อนของสามีดิฉันเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ สามีดิฉันเสียใจมากดื่มเหล้าไป 2 แก้ว ทั้ง ๆ ที่เขาได้เลิกดื่มไปนานแล้วเป็นเหตุทำให้อาการเขากำเริบอีก จนต้องนำส่งโรงพยาบาล และเมื่ออาการดีขึ้นแพทย์ให้นำกลับบ้าน ในที่สุดตาของเขาก็บอดสนิทมองไม่เห็นทั้งสองข้าง ดิฉันต้องคอยช่วยเหลือเขาทุกอย่างไม่ว่าจะอาบน้ำ เข้าห้องน้ำเพื่อขับถ่าย ต้องคอยดูแลตลอดเวลา

         วันที่ 22 พฤษภาคม 2538 สามีดิฉันเข้าโรงพยาบาลเป็นครั้งสุดท้าย แพทย์ต้องการให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่สามีดิฉันดูเหมือนว่าเขาจะรู้ตัว เขาขอร้องให้ดิฉันนำกลับไปที่บ้าน เขาบอกว่าอยากตายที่บ้านท่ามกลางญาติพี่น้อง เรานำเขากลับมาที่บ้าน เขาบ่นอยากทานข้าวกับน้ำ ตกดึกก็เริ่มผุดลุกผุดนั่ง บ่นบอกไม่สบายตัว อยากเข้าห้องน้ำ แต่ก็ไม่ขับถ่าย รุ่งเช้า วันที่ 23 พฤษภาคม ดิฉันต้มข้าวให้เขาทานแล้วเขาก็สิ้นใจ เวลา 10 โมงเช้า ของวันนั้นเอง ถึงแม้สามีของดิฉันจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ แต่สิ่งที่เราเคยสัญญากันไว้ว่าจะทำงานให้แก่สังคม ช่วยเหลือผู้ติดเอดส์ และผู้ด้อยโอกาส ดิฉันจะยังคงทำต่อไปจนถึงวาระสุดท้ายเช่นเดียวกับสามี อันเป็นที่รักยิ่ง ของดิฉัน

 
     
 

 
     
 

[ Home ] [ บทนำ ] [ ยาต้านเอดส์]ถาม-ตอบ ปัญหาเอดส์ ]  3 ขั้นตอนยับยั้งเอดส์ ] [ สารบัญ ] [ สั่งซื้อสมุนไพร ]