การใช้ยาสมุนไพรแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
 
     
 

1. กลุ่มที่ยังไม่แสดงอาการ cd4 ยังสูงมากกว่า 200 ยังไม่กินยาต้านไวรัส

 
     
 

2. กลุ่มที่กินยาต้านไวรัสแล้ว แต่ต้องการใช้สมุนไพรควบคู่กันไป ( Complementary treatment )

 
 
สูตรยากลุ่มที่ 1 เป็นสูตรยาสมุนไพรสำหรับคนที่ยังไม่กินยาต้านไวรัส
   
 
สูตร 1   เป็นสูตรสำหรับเริ่มต้นใช้ สูตร 1 คลิกดูตรงนี้
สูตร 2   เป็นสูตรสำหรับเริ่มต้นใช้ สูตร 2 คลิกดูตรงนี้
สูตร 3   เป็นสูตรได้รับการพัฒนาใหม่ เริม่ต้นใช้ สูตร 3 คลิกดูตรงนี้
 
สูตรยากลุ่มที่ 2
เป็นสูตรยาสมุนไพรที่ใช้ร่วมกับยาต้านไวรัส
 
  สูตร 4   เป็นสูตรใช้ร่วมกับยาต้านไวรัส สูตร 4 คลิกดูตรงนี้
     
  สูตร 5   เป็นสูตรได้รับการพัฒนาใหม่ ใช้ร่วมกับยาต้านไวรัส สูตร 5 คลิกดูตรงนี้
     
  สูตร 6   เป็นสูตรประหยัดตัวยาเหมือนสูตร 5ได้รับการพัฒนาใหม่ ใช้ร่วมกับยาต้านไวรัส สูตร 6    คลิกดูตรงนี้
   
  เป็นลุ่ยามุนไพรที่ใช้ร่วมกันกับ ในผู้ติดเชื้อที่กินยาต้านไวรัสแล้วเป็นการใช้ร่วมกันโดยไม่ขัดแย้งกัน
 

การรักษาแบบนี้ในทางการแพทย์เรียกว่า Complementary treatment  หมายถึงการรักษา ระหว่างแพทย์แผนปัจจุบัน  ควบคู่ไปกับแพทย์ทางเลือก Alternative  medicine

 
 

ความจริงของยารักษาโรคเอดส์ร่วมกับสมนไพร

 
 

               ปัจจุบันเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับการรักษาผู้ติดเชื้อเอดส์ โดยการใช้ยาต้านไวรัสแต่เพียงอย่างเดียว    เพราะยาต้านไวรัสมี ทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่ในตัวของมัน

 

              1. ข้อดี โดยการใช้สูตรยา HAART เป็นการใช้ยา 3 ตัวขึ้นไปคนไข้ที่ได้รับยาสูตรนี้ภายในระยะเวลา 4-6 เดือนเชื้อไวรัสจะลดลงจนไม่สามารถตรวจพบได้  ส่งผลให้ภูมิคุ้มกัน CD4 เกิดการเพิ่มขึ้น
 

 

              2. ข้อเสีย คือ อาจจะก็ให้เกิดภาวะผิดปกติ  ร่วมทั้งกลุ่มอาการ ( Syndrom ) ที่สืบเนื่องจากการใช้ยาต้านไวรัส เช่น ตับอักเสบ ,ไขมันในเส้นเลือดสูง , เป็นเบาหวาน , โรคไต ปลายประสาทอักเสบ, มีอาการปวดเมื่อยตามข้อตามตัว, มีผื่นขึ้นตามตัว เกิดภาวะไขมันเคลื่อนย้าย , แก้มตอบ , แขนขาลีบ , พุงโต
 

              ด้วยเหตุผลนี้แนวคิดในการรักษา โดยการใช้ยาต้านไวรัสแต่เพียงอย่างเดียวได้เปลี่ยนไป  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะใช้วิธีรักษาที่สมบูรณ์แบบ 2 ทางที่เรียกว่า Complementary treatment  หมายถึงการรักษา ระหว่างแพทย์แผนปัจจุบัน  ควบคู่ไปกับแพทย์ทางเลือก Alternative  medicine  โดยมีหลักการดังต่อไปนี้

 
              1. จะใช้ยาต้านไวรัสเพื่อลดจำนวนเชื้อไวรัส  จนไม่สามารถ ตรวจพบได้ ( ปริมาณไวรัสต่ำกว่า 50 ตัว ต่อ ลบ.มม.)
 
              2. จะใช้วิธีป้องกันข้อเสียของยาต้านไวรัส  โดยการซ่อมสร้างร่างกายโดยใช้วิธีที่เรียกกันว่าแพทย์ทางเลือก (Alternative medicine)
 

              เช่นการใช้ยาสมุนไพรแบบสกัดที่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เชื่อได้ว่า   มีฤทธิ์ในการปกป้อง ซ่อมสร้างร่างกาย  เช่น ปกป้องตับ  โดยการใช้ สมุนไพรเห็ดหลินจือชะเอมเทศ, ลูกใต้ใบ, ฟ้าทะลายโจร, มะระขี้นกก็ยังมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย  การใช้วิตามินC วิตามิน B6 วิตามินรวมเกลื่อแร่ การใช้น้ำมันปลาในกลุ่มโอเก้า3  ป้องกันไขมันในเส้นเลือดสูง    การใช้ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารบางชนิดช่วยด้วยสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่จะช่วยให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้น  สามารถช่วยปกป้องผลข้างเคียง  ที่เกิดจากยาต้านไวรัส  และต้องคอยเฝ้าระวังเจาะเลือดตรวจตับ  ตรวจไต  ตรวจไขมันในเส้นเลือด   ตรวจน้ำตาลใน เลือดทุก 3 เดือนหรือเจาะเลือดตรวจทันที  ที่สงสัยว่าอาจจะมีผลข้างเคียงที่สืบเนื่องมาจากการใช้ยาต้านไวรัส

 

              จากแนวคิดการรักษาโดย การใช้ยาต้านไวรัส ควบคู่กันไปกับการซ่อมสร้างร่างกาย  Complementary treatment   ดังกล่าว   ซึ่งวิธีการนี้มันก็เหมือนกับการรักษาคนไข้ที่เป็นวัณโรค เช่นถ้าแพทย์ที่รักษาให้แต่ยารักษาวัณโรคอย่างเดียว  โดยที่ไม่ฟื้นฟูสุขภาพร่างกายของคนไข้ควบคู่ร่วมไปด้วย เราจะเห็นได้ชัดเจนว่า คนไข้มักจะโซมผอมแห้ง มาก  เพราะฉะนั้นการรักษาคนไข้ HIV จึงควรรักษา 2 ทางควบคู่กันไป   จะได้ผลที่ดีกว่า การให้แต่ยาต้านไวรัสเพียงด้านเดียว

 

 

[ Home ] [ บทนำ ] [ ยาต้านเอดส์]ถาม-ตอบ ปัญหาเอดส์ ]  3 ขั้นตอนยับยั้งเอดส์ ] [ สารบัญ ] [ สั่งซื้อสมุนไพร ]