พบว่าสารสกัดจากลูกใต้ใบสามารถยับยั้งเอนไซม์ reverse transcriptase ของ HIV 1 ได้ หลังจากที่ได้ทำการแยกด้วยวิธีทางโครมาโตกราฟี พบว่าสารที่ออกฤทธิ์ได้แก่สาร repandusinic acid A monosodium saltโดยมีค่า ID50เท่ากับ0.05 m M(1)

 
 

         พบว่าสาร dehydroandrographolide succinic acid monoester ซึ่งสังเคราะห็ได้จากสาร andrographolide จากฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV 1 ในหลอดทดลองที่ความเข้มข้น 2.0 m g/ml  นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ HIV -2 ด้วย ที่ความเมข้นที่ยังไม่เป็นพิษต่อเซลล์ (subtoxic)สารนี้สามารถรบกวนการรวมตัวของเซลล ์ที่มีเชื้อ  HIV  (HIV-induced cell fusion )  และรบกวนการเกาะของเชื้อHIV บน H9 cell ได้ (2)

         จากการศึกษาทางคลินิคพบว่าคนไข้ที่ติดเชื้อเอชไอวี จำนวน 16 คน ได้รับยานี้เป็นเวลา 9 สัปดาห์ คนไข้ครึ่งหนึ่งมีจำนวน CD4 cell count เพิ่มขึ้น 31% และปริมาณของไวรัสในเลือดลดลง 38% (3) นอกจากนี้สาร androapholide ในฟ้าทะลายโจรยังมีผลต่อการเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคได้อีกด้วย (4)

 
 
 

         พบว่าสารสีเหลือง curcumin ในขมิ้นชันมีฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ proteaseของ HIV-1 และ HIV 2 โดยมีค่า IC50100 m M และ 250 m M ตามลำดับ การเตรียมสารประกอบเชิงซ้อนระหว่าง curcumin และ boron จะทำให้ได้สารที่มีฤทธิ์แรงขึ้นมากโดยมีค่า IC เพียง 6 m M เท่านั้น (5) นอกจากนี้ยังพบว่า curcumin ยังสามารถยับยั้งเอนไซม์ integrase ของเชื้อ HIV-1 โดยมีค่า IC 50 40 m M (6) ดังนั้นจึงได้มีการนำcurcumin ไปทดลองทางคลินิคในผู้ป่วยเอดส์อยู่ในขณะนี้

 
 

        พบว่าเมื่อแยกสารสกัดด้วยน้ำของเห็ดหลินจือออกเป็น 2 ส่วนคือ สารสกัดส่วนที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง(HMF) และสารสกัดส่วนที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ (LMF) เมื่อนำไปทดสอบผลการยับยั้งการทำลายเซลล์ของ HIV 1 ใน human T lymphoblastold cell line (CEM) พบว่าสารสกัดที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ (LMF) มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อ HIV 1 ได้ผลดีโดยป้องกันเซลล์ไม่ให้ถูกทำลายในช่วงแบ่งตัวของไวรัส และไม่เป็นพิษต่อเซลล์ (7) นอกจากนี้ยังพบสาร lanostane-type triterpenes อีก 2 ชนิด คือ lucidumal A และ ganoderic acid beta ซึ่งได้จากสปอร์ของเห็ดหลินจือ มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ protease ของ HIV-1 โดยมีค่า IC 50  m M (6) และยังพบอีกว่าในเห็ดหลินจือ ยังมีสารสำคัญที่ช่วยในการ เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายและรักษาอาการภูมิแพ้ ตุ่มคันตามผิวหนังดังนี้

                  1. การเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย สารสำคัญดังกล่าวมีชื่อว่า เบต้าดีกลูแคน (Beta-D-Glucan)และ โพลีเซ็คคาร์ไรด์ (Polysaccharide) อื่นๆ ซึ่งสารเหล่านี้จะทำหน้าที่กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิด บี-เซลล์ (B-Cells) และ ที-เซลล์ (T-Cells) ทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของสาร อิมมูโนโกลบูลิน (Immunoglobulin)และสารอินเตอร์ลิวคิน (lnterleukin ) มีผลในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันโรค (lmmunomodulation)เมื่อทำการทดลองในสัตว์ก็ พบว่าความสามารถในการปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกันนี้ มีผลต่อเนื่องในการต่อต้านสารแพ้( Antiallergy ) และการต่อต้านเชื้อไวรัส (Antivirus ) นอกจากนี้ยังมีข้อมูลทางการแพทย์ในปี พ.ศ. 2533 คณะแพทย์ไทยจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้รายงานผลการวิจัยการใช้เห็ดหลินจือที่ได้ผลในการเพิ่มภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยโรคเอดส์ ในที่ประชุมโรคเอดส์นานาชาติครั้งที่ 8 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองอัมสเตอร์ดัมประเทศเนเธอร์แลนด์ (8)

                    2. ป้องกันและรักษาอาการภูมิแพ้ ตุ่มผื่นคันตามผิวหนังพบว่าภายในเห็ดหลินจือมี กรดการ์โนเดริค(Ganoderic) C1, C2, DK, R- Z) กรดไขมันชนิดโอเลอิค (Oleic acid ) และ สารไซโคลอ๊อกต้าซัลเฟอร์(Cycloooctasulfur ) เป็นตัวยับยั้งการหลั่งของสารฮีสตามิน ( Histamina Release inhition activity ) ที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ (8)

 
 

       พบว่าในเมล็ดแก่ของมะระขี้นก มีโปรตีน TBG-P 29 ซึ่งมีฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV โดยการยับยั้งเอนไซม์ revere transcriptase (9) นอกจากนี้ผลอ่อนของมะระขี้นกยังใช้เป็นยาเจริญอาหาร รักษาอาการเบื่ออาหารในผู้ป่วยเอดส์ได้ดีมีการทดลองทางคลินิคจากจำนวนผู้ป่วย 28 คน พบว่ามีความอยากอาหารเพิ่มขึ้นรู้สึกแข็งแรงขึ้น 28 คน =100%น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 22 คน = 78.5% ลดลง 6 คน = 21.43% (11)

[ Home ] [ บทนำ ] [ ยาต้านเอดส์]ถาม-ตอบ ปัญหาเอดส์ ]  3 ขั้นตอนยับยั้งเอดส์ ] [ สารบัญ ] [ สั่งซื้อสมุนไพร ]