โรคเอดส์ นับเป็นมหันตภัยที่ร้ายแรงอย่างหนึ่งสำหรับมวลมนุษย์ปัจจุบัน (พ.ศ.2544) ประมาณการกันว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีที่เป็นสาเหตุของโรคเอดส์แล้วไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคนทั่วโลก สำหรับประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีแล้วประมาณ 1 ล้านคน แม้ว่าโรคเอดส์จะเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ก็เป็นโรคที่สามารถป้องกันได ้ดังนั้นการให้ความรู้แก่ให้ความรู้แก่ประชาชนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในทางการแพทย์ได้แบ่งแนวทางในการรักษา 4 แนวทางด้วยกันคือ

  1. หยุดหรือชลอการเพิ่มขึ้นของจำนวนไวรัส ( antiviroal therapy ) โดยใช้ยาที่แสดงฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ HIV-RT เช่น  AZT,ddI.ddC,3TC,d4T และยับยั้งเอนไซม์ protease เช่น saquinavir,indinavir

  2. เสริมสร้างภูมิต้านทานด้วยยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน (immunostimulators)

  3. ให้ยาป้องกันและรักษาโรคแทรกซ้อนที่พบบ่อย คือ วัณโรค,ปอดอักเสบ,เชื้อราขึ้นสมอง ,ตุ่มคันตามตัว,มีไข้ทุกวัน,เบื่ออาหารน้ำหนักตัวลดลงท้องเสีย,ท้องอืดท้องเฟ้อนคนที่มีระดับภูมิคุ้มกัน CD4   ต่ำกว่า 500 ลงมา

           ได้มีการค้นพบว่าการใช้ยาหลายชนิดที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ HIV-RT และ protease โดยใช้ร่วมกันจะทำให้จำนวนไวรัสในร่างกายของผู้ป่วยลดลงจนไม่สามารถตรวจได้

                 อย่างไรก็ตามยาเหล่านี้มีราคาแพงมาก ถ้าใช้ยาดีๆของนอกคิดเฉลี่ยเป็นค่าใช้จ่ายเดือนละประมาณ 25,000 บาทต่อคน ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้ยาเหล่านี้ได้ ดังนั้นการใช้ยาสมุนไพรจึงเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งในการดูแลรักษาผู้ป่วยเอดส์ จากการสืบค้นข้อมูลการวิจัยทั้งในและต่างประเทศ พบว่ามีสมุนไพรไทยไม่ต่ำกว่า 12 ชนิด ที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อเอชไอวีในหลอดทดลอง รวมถึงการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และยังใช้รักษาโรคเรื้อรังที่มักเกิดในผู้ติดเชื้อ HIV (AIDS)เช่นมีอาการเป็นไข้ทุกวัน,ท้องเสียบ่อย,เบื่ออาหาร ผิวหนังมีตุ่มขึ้นตามตัว ในจำนวนสมุนไพร 12 ชนิดดังกล่าว มีสมุนไพรที่หาได้ง่ายและมีการใช้อย่างแพร่หลายรวม 5 ชนิด ด้วยกันได้แก่

[ Home ] [ บทนำ ] [ ยาต้านเอดส์]ถาม-ตอบ ปัญหาเอดส์ ]  3 ขั้นตอนยับยั้งเอดส์ ] [ สารบัญ ] [ สั่งซื้อสมุนไพร ]